ทิปโก้-มาลี คู่ชิงตลาด Functional Juice

ภาวนา อรัญญิก

การเดินเกมด้วยการสร้างจุดขายใหม่ในตลาดน้ำผลไม้ที่ปรากฏในตลาดน้ำผลไม้ขณะนี้ เป้าหมายหลักอยู่ที่การกระตุ้นการขยายตัวเชิงมูลค่า เนื่องจาก1-2 ปีที่ผ่านมาการเติบโตของตลาดโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ดีนัก

มาลีและทิปโก้ เป็นคู่แข่งขันที่ขับเคี่ยวมาอย่างต่อเนื่องในตลาดน้ำผลไม้  แม้ว่าส่วนแบ่งทางการตลาดของทั้งสองแบรนด์จะห่างชั้นก็ตาม โดยทิปโก้ครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ราว 40 % ขณะที่มาลีมีอยู่ราว 23 %  และเป้าหมายการครองตลาดจะมีนัยของความแตกต่าง โดยทิปโก้มุ่งจับตลาดน้ำผลไม้ 100% ขณะที่มาลีมุ่งตอบสนองความต้องการของน้ำผลไม้ระดับ 40%

ทว่าชั้นเชิงของการนำเสนอนวัตกรรมใหม่เข้าสู่ตลาดนั้นเป็นไปอย่างเข้มข้น โดยขณะนี้ทิปโก้พยายามนำเสนอการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยจุดขายด้านความสวยงาม ส่วนมาลีเลือกที่จะขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมด้านสุขภาพ ซึ่งการวางเกมในตลาดของทั้งสองแบรนด์จึงจัดเป็นการเปิดเกมใหม่ในตลาดน้ำผลไม้

อย่างไรก็ตาม การเดินเกมด้วยการสร้างจุดขายใหม่ในตลาดน้ำผลไม้ที่ปรากฏในตลาดน้ำผลไม้ขณะนี้ เป้าหมายหลักอยู่ที่การกระตุ้นการขยายตัวเชิงมูลค่า เนื่องจาก1-2 ปีที่ผ่านมาการเติบโตของตลาดโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ดีนัก การนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจึงเป็นกระแสที่มีการขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง

ทิปโก้ หันตอบโจทย์ความงาม

น้ำผลไม้ทิปโก้นำแนวคิดดังกล่าวมาต่อยอดจุดขายพัฒนาเป็น “ทิปโก้ พลัส คอลลาเจน” โดยวางตำแหน่งเป็นน้ำผลไม้ 100%  เพื่อสุขภาพ ซึ่งการเป็นน้ำผลไม้แท้ที่มีวิตามินสูงจะช่วยให้คอลลาเจนดูดซึมเข้าร่างกาย และนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้ผิวพรรณสวยสดใส ดูอ่อนกว่าวัย ด้วยการนำเอาคอลลาเจนเปปไทด์ ที่มีขนาดโมเลกุลเล็กและมีประสิทธิภาพเหนือกว่าคอลลาเจนทั่วไป มารวมไว้ในน้ำผลไม้แท้

สำหรับทิปโก้ พลัส คอลลาเจน เป็นครั้งแรกของทิปโก้ที่นำเสนอจุดขายผ่านเรื่องความสวยงามด้วยคุณสมบัติในการดูแลผิวพรรณ จากเดิมที่มุ่งด้านสุขภาพมาตลอด โดยมี 3 รสชาติด้วยกันคือ ส้ม ทับทิม และอโลเวรา กำหนดราคาเฉลี่ยสูงกว่าทิปโก้ 100% ปกติราว 10%  โดยขนาด 200 มล. ราคา 20 บาท และขนาด 1 ลิตร ราคา 79 บาท

ขณะที่การโฟกัสกลุ่มเป้าหมายจะอยู่ในกลุ่มผู้หญิงอายุ 25 ปีขึ้นไป ที่ห่วงใยสุขภาพและผิวพรรณ โดยจะสื่อสารผ่านกิจกรรมและแคมเปญการตลาดภายใต้แนวคิด “ดื่มแล้วยัง / ดื่มแล้ว Young” ทั้งออนไลน์และออฟไลน์

มาลี จับตลาดสุขภาพ

ขณะที่การตอบโจทย์ด้านสุขภาพในตลาดน้ำผลไม้พบว่าหลายแบรนด์เลือกที่จะตอบสนองความต้องการในเชิงลึกมากกว่าจะสื่อสารไปที่การมีสุขภาพดี

จะเห็นจากมาลีที่ลอนซ์น้ำผลไม้ มาลี โพรไบโอติก (Malee Probiotics) ซึ่งเป็นแบรนด์แรกที่นำน้ำผลไม้ 100% ผสมกับจุลินทรีย์ที่มีชีวิต อย่างจุลินทรีย์ แล็กโทบาซิลลัส พาราคาเซอิ เมื่อดื่มเป็นประจำต่อเนื่องระยะเวลา 14 วันขึ้นไป จุลินทรีย์ตัวนี้จะช่วยรักษาสมดุลระหว่างแบคทีเรียที่ดีและแบคทีเรียที่ไม่ดีในร่างกาย ซึ่งจะช่วยให้ระบบทางเดินอาหาร ระบบขับถ่าย และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายดีขึ้น

น้ำผลไม้มาลี โพรไบโอติก ถูกวางให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้แก่ผู้ที่แพ้ผลิตภัณฑ์กลุ่มนม ทว่ามีปัญหาเรื่องระบบการขับถ่าย โดยนำออกสู่ตลาด 3 สูตร ประกอบด้วย น้ำส้มแมนดาริน พาสเจอร์ไรส์100% พร้อมเนื้อส้มและเกล็ดส้ม, น้ำองุ่นขาว พาสเจอร์ไรส์ 100% ผสม เนื้อว่านหางจระเข้ และน้ำพรุน ผสม น้ำแอปเปิ้ลและน้ำองุ่นขาว พาสเจอร์ไรส์ 100% ในขนาด 200 และ 1,000 มิลลิลิตร ราคา 25 และ 85 บาทซึ่งจัดอยู่ในเกณฑ์สูง

ล่าสุดแบรนด์มาลีร่วมทุนจัดตั้ง บริษัท เมก้า มาลี จำกัด หรือ Mega Malee เพื่อพัฒนาธุรกิจใหม่ด้านผลิตภัณฑ์พร้อมดื่มเพื่อสุขภาพจากธรรมชาติและผลิตภัณฑ์อื่นๆ โดยจะรุกด้วยแนวคิดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแนวใหม่ซึ่งได้รับการรับรองผลทางวิทยาศาสตร์มาแล้วว่าจะช่วยให้สุขภาพของผู้บริโภคดีขึ้นได้

ผลิตภัณฑ์ของ Mega Malee จะไม่ใช่ยาแต่เป็นเครื่องดื่ม (Ready-to-Drink) ซึ่งผู้บริโภคจะรู้สึกเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่ายกว่าและเรื่องดูแลสุขภาพจะกลายเป็นเรื่องง่าย

ประเภทมูลค่าตลาดเชิงมูลค่า

หน่วย:พันล้านบาท

มูลค่าตลาดเชิงปริมาณ

หน่วย:ล้านลิตร

100% (Premium Market)4.6265.05
40%- 99% (Medium Market)0.9018.82
20%-39% (Economy Market)3.3120.50
ต่ำกว่า 19% (Super Economy Market)2.0872.56
อื่นๆ2.970.57

ที่มา : บริษัท มาลีสามพราน จำกัด (มหาชน)

ประเภทอัตราการขยายตัว
100% (Premium Market)-4
40%- 99% (Medium Market)13
20%-39% (Economy Market)-1
ต่ำกว่า 19% (Super Economy Market)12%

ที่มา : บริษัท มาลีสามพราน จำกัด (มหาชน)

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ