สวัสดีครับท่านผู้อ่าน บล๊อควันนี้ของผมขอนำเสนอเรื่อง มหาเศรษฐีรวยที่สุดในโลกแนะนำนักศึกษาจบใหม่
เราทั้งหลายต่างก็มีลูกหลาน บุรุษนิรนามท่านหนึ่งได้กล่าวสุนทรพจน์ ” เราทุกคนส่งลูกหลานเรียนให้มีการศึกษาที่ดี ก็เพราะอยากเห็นลูกหลาน มีชีวิตที่ได้ดีมากกว่าตัวเอง” ผมได้ฟังรู้สึกประทับใจมาก
ขอเขียนมาให้กับพ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ทุกคนในประเทศไทย ที่ทะนุถนอมลูกหลานให้ก้าวหน้ากว่าชีวิตของตนเองซึ่งก็เป็นความยากลำบากมาก ๆ เพราะคนไทยตั้งตัวได้ยากเพราะโครงสร้างบางอย่างของประเทศไม่เอื้ออำนวย
เบื้องต้นแรกในชีวิตของคนเรา ผู้แนะนำเราคนแรกก็คือพ่อแม่ แต่ในบางครั้ง พ่อและแม่ก็มีข้อจำกัดในการแนะนำ เพราะข้อจำกัดทางด้านการศึกษาและอาชีพ ทำให้ไม่สามารถจะแนะนำลูกหลานในมุมมองใหม่ๆ ให้เห็นอนาคตของชีวิตต่อไปในอนาคตข้างหน้าได้
เมื่อ 6 ปีก่อน ผมมีโอกาสไปสอนเด็กนักเรียน ณ โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเรณูนคร จ.นครพนม
วันนั้นผมไปสอนเรื่อง Flight Simulator เรียนขับเครื่องบิน Boeing 737 แบบจำลองในคอมพิวเตอร์ ผมต้องการท้าทายระบบการศึกษาว่า ในความจริงแล้ว เด็กนักเรียนชั้นประถม ถ้าหากเขาเล่นเกมส์ของคอมพิวเตอร์ได้เขาก็สามารถเรียนการบินได้โดยไม่ต้องจบชั้นปริญญาตรี
นักเรียนที่ผมไปสอน เป็นเด็กนักเรียนชั้น ป.6 หลังจากเรียนผมทำวิจัยเล็กๆ ส่วนตัวว่าเขาคิดอ่านอะไร ก่อนเริ่มเรียนวันที่สองก็เรียกเขาออกมาสัมภาษณ์เป็นรายคนว่าเรียนจบการศึกษาไปแล้วอยากจะทำงานอะไร
มีคนหนึ่งบอกกับผมว่า “อยากไปรับจ้างครับ” คำตอบนั้นทำให้ผมสะอึกไป ซึ่งก็เข้าใจว่าสภาพแวดล้อมเป็นอย่างนั้นจริงๆ มีเด็กนักเรียนอีกคนมีทักษะในการบินมาก สามารถนำเครื่องบินบินแบบวงจรขึ้นและลงสนามบินนครพนมได้ ภายหลังเขาจบการศึกษาแล้วก็ได้ข่าวว่าไปรับจ้างทำงานในกรุงเทพฯ
ซึ่งเสียดายว่าถ้าหากเขามีโอกาสที่ดี ในอนาคตข้างหน้าคงได้เป็นอาชีพนักบินอย่างแน่นอนถ้าเขาตั้งใจเรียนอีกนิดนึง

เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2560
หาดราไวย์ ทางตอนใต้ของเกาะภูเก็ตบรรยากาศสงบเงียบ ผมมาพักผ่อน เขียนหนังสือ เตรียมสอนหนังสือที่บ้านพักตากอากาศ Rawai View Beachfront สถานที่แห่งนี้มีเสียงคลื่นกระทบฝั่งอยู่บริเวณหน้าห้องพัก ซึ่งอยู่ชั้นบน สูงจากหาด เสียงจักจั่นสลับกับเสียงนกร้องเสียงคลื่น น่าฟังเป็นอย่างยิ่งซึ่งจะหาฟังที่ไหนไม่ได้ เสียงไพเราะชนิดที่ดนตรีคลาสสิคสู้ไม่ได้เพราะมาจากธรรมชาติอย่างแท้จริง
ตื่นมายามเช้าอ่านบทความนิตยสาร Fortune ในแอพ Flipboard ทำให้ผมต้องมาเขียนบล๊อคนี้ก็คือ Bill Gates Advises College Graduates on Today’s Most Promising Careers
ความน่าสนใจคือบิลเกตส์เป็นผู้ก่อตั้งไมโคซอฟต์เป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกมาอย่างยาวนาน
ยังไม่มีใครโค่นตำแหน่งนี้จากเขาไปได้ เมื่อลงจากงานบริหารไมโครซอฟท์ก็มุ่งทำงานการกุศล
ร่วมกับภรรยา แมลินดา เกตส์ ตั้งมูลนิธิ ผลิตวัคซีน ช่วยเหลือผู้ที่ด้อยกว่า และต้องการเอาชนะความไม่เท่าเทียม
บิลเกตได้โพส ทวิตเตอร์ 14 ข้อความผ่าน twitter.com/billgates ซึ่งถ้าหากใครใช้
Twitter ผ่านสมาร์ทโฟนก็พิมพ์ @billgates เข้าไปที่ช่องค้นหาได้เลย แล้วกดติดตาม
บิลเกตได้เน้นถึงคำสามคำ Impact, Happiness และ Progress
เขาไม่ได้พูดถึงเรื่องเงินเลย Impact ก็คือสิ่งที่จะมีผลกระทบ Happiness ความสุข และ Progress ความเจริญก้าวหน้า
บิลเกตส์ได้เน้นถึงโลกในอนาคตสิ่งที่จะมีผลกระทบได้แก่ AI ปัญญาประดิษฐ์ , พลังงาน และ ไบโอเทค ที่จะเปลี่ยนแปลงอยากรวดเร็ว ซึ่งต้องการนวัตกรรมในการต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ เช่นการพัฒนาวัคซีน
ก่อนที่จะเดินทางมาภูเก็ต ผมได้ดูหนัง Warm Springs ผ่าน HBOgo ของ AIS ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่นำเสนอ
ประวัติของ แฟรงกริน รูสเวลส์ อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐฯในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เผชิญกับโรคโปลิโอซึ่งได้เป็นโรคในวัยผู้ใหญ่โดยทำให้เขาแทบหมดอนาคตจากนักการเมืองภายหลังจากหายจากโรคถึงได้ลงสมัครประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ซึ่งในภาพยนตร์มีคำพูดจับใจมาก “ถ้าฉันยืนยังไม่ได้ แล้วจะไปบริหารคนอื่นและประเทศได้อย่างไร”
บิลเกตได้แนะนำมุมใหม่ใหม่กับนักศึกษาจบใหม่ก็คือคนรอบข้างพวกเขา คนที่ท้าทายคุณ , สอนคุณ และผลักให้คุณเป็นบุคคลที่ยอดเยี่ยมที่สุดด้วยตัวคุณเอง และโชคชะตาเป็นเพียงส่วนเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งบิลเกตได้ย้ำถึงว่า แมลินดา เกตส์ ภรรยาของเขาก็ได้ท้าทายตัวเขาเองเช่นเดียวกัน
บิลเกตได้พูดถึงตอนที่เขาลาออกจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเพื่อมาก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ เขาบอกว่าสิ่งที่เขาเรียนรู้น้อยมากก็คือการต่อสู้กับความไม่เท่าเทียมกับและต้องใช้เวลาอีกหลายปีในการเรียนรู้ พร้อมกับให้ทุกคนเรียนรู้การต่อสู้ถึงความไม่เท่าเทียมและเสมอภาคกัน
บิลเกตได้ทวีตข้อความแนะนำหนังสือ The Better Angels of our nature เขียนโดย Steven Pinker เป็นอาจารย์สอนด้านการคิดจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เขียนถึงโลกจะดีขึ้นได้อย่างไร
บิลเกตบอกว่าถ้าคุณคิดว่าโลกจะดีขึ้น คุณต้องกระจายความคิดเหล่านี้ออกไปยังบุคคลและในสถานที่ต่างๆ ถ้าหากคุณไม่ปฏิเสธกับปัญหาแล้วเดินทางในความเชื่อต่อสู้กับมันว่าคุณและเขาเหล่านั้นสามารถแก้ปัญหาได้ นี่คือมุมมองที่ผมคิดไว้และอยากให้เป็น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผมผ่านเวลาอันยากและผมก็รักในสิ่งที่ผมทำ และผมก็หวังว่าคุณก็สามารถทำได้เช่นกัน
นี่คือลิงค์เว็บไซค์ที่นิตยสาร Fortune ได้รายงานครับ
http://fortune.com/2017/01/28/bill-gates-jobs/
ถ้าพูดถึงบิลเกตส์แล้ว ผมขออยากเขียนถึง สตีฟ จ๊อบส์ ซึ่งเป็นเพื่อนรักเพื่อนแค้นของบิลเกต
แต่ทั้งคู่ก็ได้สร้างเจริญและเปลี่ยนแปลงโลกในมุมมองและความคิดของแต่ละคน
สตีฟ จ๊อบ ผู้ก่อต้ัง Apple ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อผู้จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งที่เขาไม่ได้จบการศึกษาในระบบเช่นเดียวกับบิลเกตส์
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2548 (ค.ศ.2005) บางข้อความที่กล่าวเขาได้แนะนำนักศึกษาว่า
‘You’ve got to find what you love,’ คุณต้องค้นหาสิ่งที่คุณรักให้เจอ
“You can’t connect the dots looking forward; you can only connect them looking backwards. So you have to trust that the dots will somehow connect in your future.”
คุณไม่สามารถเชื่อมโยงจุดไปยังอนาคตได้ แต่คุณสามารถวางเชื่อมโยงจุดไปในอดีต ที่คุณจะต้องเชื่อมั่นว่าจุดที่เกิดขึ้นจะเชื่อมโยงกับในอนาคตของคุณ
ผมขอขยายความเพิ่มขึ้นครับนั่นหมายถึงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จหรือความล้มเหลวก็จะเป็นจุดที่เชื่อมต่อทำให้อนาคตให้กับคุณ จากประสบการณ์หลายครั้งในชีวิตของผู้เขียน
ทั้งความล้มเหลวที่ผ่านมาเป็นจุดเชื่อมโยงความสำเร็จในวันนี้จริงๆ ไม่มีอะไรสูญเปล่า
เราสามารถเรียนรู้ประโยชน์จากความล้มเหลวได้
นี่คือสิ่งที่อยากให้ลูกหลานของเราได้เรียนรู้
เขียนบล๊อคนี้เพื่อกระตุ้นเตือนให้สังคมการศึกษาของไทย นำประสบการณ์ของผู้ผ่านชีวิต
มาถ่ายทอดให้นักศึกษาจบใหม่ซึ่งเปรียบเสมือนกับลูกเจี๊ยบที่กำลังออกไปเผชิญโลกกว้าง
และให้ท่านผู้อ่านได้ส่งต่อไปให้ลูกหลานได้อ่านกันครับ
บันทึก
ชีพธรรม คำวิเศษณ์
บ้านพักตากอากาศ Rawai View Beachfront หาดราไวย์ ภูเก็ต
พฤหัสบดี 18 พ.ค. 2560